ข้อมูล T1D

ไอคอน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ

เกี่ยวกับเรา

ทำไมประจำเดือนจึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ในผู้หญิงที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1?

เรียบเรียงโดย: 29.05.2026

Anita Sabidi

A passionate type 1 diabetes advocate, Indonesia

รอบเดือนกับระดับน้ำตาลในเลือด: เกิดอะไรขึ้นในร่างกายของคุณ?

หากคุณใช้ชีวิตอยู่กับโรคเบาหวาน และมีประจำเดือน คุณอาจสังเกตได้ว่า ระดับน้ำตาลในเลือดแปรปรวนในบางช่วงของเดือน คุณไม่ได้คิดไปเอง—รอบเดือนมีผลต่อระดับกลูโคสในเลือดจริง

มาทำความเข้าใจเรื่องนี้แบบง่าย ๆ กัน

เกิดอะไรขึ้นในร่างกายของคุณ?

รอบเดือนประกอบด้วย 4 ระยะหลัก

1. ระยะมีประจำเดือน (Menstrual Phase) เป็นช่วงที่ประจำเดือนเริ่มมา

ระดับฮอร์โมนอยู่ในระดับต่ำ ระดับน้ำตาลในเลือดของบางคนอาจเริ่มกลับมาคงที่มากขึ้น

2. ระยะฟอลลิคูลาร์ (Follicular Phase) ระดับเอสโตรเจน (Estrogen) เพิ่มขึ้นช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น หลายคนพบว่าเป็นช่วงที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ง่ายกว่า

3. ระยะตกไข่ (Ovulation) เป็นช่วงที่ร่างกายปล่อยไข่ออกมา บางคนอาจไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลมากนักในช่วงนี้

4. ระยะลูทีล (Luteal Phase) ระดับโปรเจสเตอโรน (Progesterone) เพิ่มสูงขึ้น และสำหรับหลายคน นี่คือช่วงที่เริ่ม “ควบคุมยาก”

คุณอาจสังเกตว่า ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น รู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้น หิวบ่อยขึ้น อารมณ์แปรปรวน ระยะนี้มักกินเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนประจำเดือนจะมาอีกครั้ง

T1D ฮอร์โมน และอินซูลิน: ผลของเบาหวานต่อรอบเดือน

หากคุณเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 หรือชนิดที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในแต่ละช่วงของรอบเดือน

อาจทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินแตกต่างกัน นั่นหมายความว่าแผนการดูแลเดิมอาจใช้ไม่ได้เหมือนเดิมตลอดทั้งเดือน

นอกจากนี้ โรคเบาหวานยังอาจส่งผลให้เกิด:

- ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ

- ไม่มีการตกไข่ในบางรอบ

- ประจำเดือนครั้งแรกมาช้า (Delayed menarche)

- วัยหมดประจำเดือนก่อนกำหนด

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกี่ยวข้องกับผลของเบาหวานต่อฮอร์โมน

โดยเฉพาะ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน

การปรับอินซูลินและดูแลระดับน้ำตาลในช่วงมีประจำเดือน

1. ติดตามทุกอย่าง-ใช้แอปหรือปฏิทินบันทึกรอบเดือน ควบคู่กับการบันทึกระดับน้ำตาลในเลือด

จะช่วยให้คุณเห็นรูปแบบและปรับอินซูลิน อาหาร หรือกิจกรรมได้เหมาะสม

2. ใจดีกับตัวเอง-หากระดับน้ำตาลสูงขึ้นก่อนมีประจำเดือน จำไว้ว่า ไม่ใช่ความผิดของคุณ ร่างกายกำลังทำงานหนักมากในช่วงนี้

3. พูดคุยกับทีมดูแลสุขภาพ-หากรู้สึกว่าควบคุมได้ยากหรือมีความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้ให้ความรู้ด้านเบาหวาน เพื่อช่วยปรับแผนการดูแลให้เหมาะสม

4. สร้างทีมซัพพอร์ตของคุณ-พูดคุยกับเพื่อน หรือเชื่อมต่อกับคนที่เป็นเบาหวานเหมือนกัน การแบ่งปันประสบการณ์ช่วยให้คุณไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

ดูแลให้ได้อย่างมั่นใจ: เคล็ดลับสุดท้ายในการจัดการประจำเดือนและเบาหวาน

ประจำเดือนและระดับน้ำตาลในเลือด เชื่อมโยงกันมากกว่าที่คุณคิด การเข้าใจร่างกายของตัวเอง คือก้าวแรกของการดูแลสุขภาพอย่างมั่นใจ คุณทำได้—และคุณไม่ได้เดินเส้นทางนี้เพียงลำพัง

ไอคอน ข้อสงวนสิทธิ์: