ข้อมูล T1D

ไอคอน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ

เกี่ยวกับเรา

พลังความเข้มแข็งและการคิดบวกของต้อง

เรียบเรียงโดย: 06.05.2026

Anne-Charlotte Ficheroulle

Pharmacist, Education Manager, A4D

ธนพล หรือต้อง ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น เบาหวานชนิดที่1
ตั้งแต่อายุเพียง 2 ปี เขาใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตในการจัดการกับโรคประจำตัวที่สร้างความท้าทายให้มากมาย ตอนนี้ ต้องอายุ 19 ปี และกำลังใช้ชีวิตอย่างสดใจ ผ่านการมองโลกด้วยทัศนคติเชิงบวก
สำหรับเด็กหนุ่มคนนี้ โรคเบาหวานไม่ใช่ภาระ แต่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ดูเป็นเรื่องง่ายๆ ด้วยพลังการซัพพอร์ตจากครอบครัว เพื่อน และคุณหมอ

ต้องมีอายุราวๆ 7 ปี ตอนที่เขาเริ่มเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการอยู่ร่วมกับโรคเบาหวานนั้นเป็นอย่างไร เขาไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยว หรือรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอับอายที่เป็นเบาหวาน เขายอมรับเบาหวานชนิดที่1 ในฐานะส่วนหนึ่งของชีวิต
ในขณะที่เด็กวัยเดียวกันเริ่มฝึกที่จะมีความผิดชอบขั้นพื้นฐาน สิ่งที่ต้องทำคือการฉีดอินซูลินต่อหน้าเพื่อนร่วมห้อง เขาถึงขนาดสอนวิธีฉีดให้เพื่อนๆ เผื่อว่าเขาจะต้องการความช่วยเหลือในวันหนึ่ง
"ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้น่าปิดบังตรงไหน เบาหวานชนิดที่1 เป็นส่วนหนึ่งของผมมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ มันก็แค่ส่วนหนึ่งของตัวผม" ต้องกล่าว

ต้องกำลังศึกษาอยู่ในคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ด้วยความฝันที่จะมีอาชีพที่ประสบความสำเร็จและเป็นอิสระในแบบของเขาเอง การเป็นคนคิดบวกช่วยผลักดันให้ต้องมุ่งหน้าออกเดินตามความฝันมากกว่าการนั่งพะวงถึงโรคที่ตัวเองเป็น

เบาหวานชนิดที่1 เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตต้องเท่านั้น นั่นเพราะเขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองด้วยเช่นกัน
การถูกวินิจฉัยว่าเป็นถึง 2 โรคอาจทำให้หลายคนท้อแท้และหมดกำลังใจ แต่สำหรับต้องแล้ว เขาเลือกรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นด้วยทัศนคติเชิงบวก

ผู้คนที่อยู่รอบตัวต้อง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คุณหมอ หรือเพื่อน ไม่มีใครเคยปล่อยให้เขารู้สึกว่าตัวเองแตกต่าง ทุกคนยอมรับและเข้าใจต้องในแบบที่เขาเป็น ไม่ใช่แค่โรคที่เขาเป็น ซึ่งต้องเองก็รู้สึกซาบซึ้งในส่วนนี้เป็นอย่างมาก

เบาหวานชนิดที่1 มอบบทเรียนที่มากกว่าการเช็กค่าน้ำตาลในเลือด แต่มันยังปรับความคิดและลักษณะนิสัยของต้องด้วย เขาเรียนรู้ว่าความสม่ำเสมอนั้นสำคัญเพียงใด เพราะถ้าหากขาดยาไปแม้แต่โดสเดียว หรือละเลยสุขภาพแค่เพียงนิดเดียวก็อาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้ การมีความรับผิดชอบที่ดีส่งผลต่อการมีสุขภาพที่ดี และยังส่งผลต่อการเรียน ความสัมพันธ์กับเพื่อน และการทำตามเป้าหมายด้วยเช่นกัน

"โรคเบาหวานสอนให้ผมเป็นคนมีวินัย" ต้องกล่าว "การรับผิดชอบต่อสุขภาพของตัวเอง ทำให้ผมเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบในอีกหลายๆ ส่วนของชีวิต มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ผมรู้ว่าผมจะสามารถใช้ชีวิตปกติและทำตามความฝันได้"

ด้วยประสบการณ์ที่มีกับโรคเบาหวานตั้งแต่ยังเด็ก ต้องหวังว่าเขาจะช่วยให้เด็กที่เป็นเบาหวานคนอื่นๆ มองข้ามโรคที่ตัวเองเป็น โดยเขาได้ฝากข้อความถึงเด็กๆ เหล่านั้นว่า "ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ได้ สามารถทำตามความฝันที่ตั้งเป้าเอาไว้ได้ ขอแค่อย่าหมดกำลังใจ ดูแลตัวเองให้ดี และมีคนที่พร้อมคอยช่วยเหลือ"

นอกจากนี้ ต้องยังไม่ลืมที่จะพูดถึงการใจดีและอดทนกับตัวเองด้วย
"การเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นมันไม่ได้ช่วยให้มีอะไรดีขึ้นมา การที่คนอื่นประสบความสำเร็จ ไม่ได้แปลว่าเราจะทำไม่ได้ ทุกคนมีเส้นทางเป็นของตัวเอง มีอุปสรรคในแบบที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนก็พยายามกันอย่างสุดความสามารถ เมื่อไรที่รู้สึกอยากพักก็พักให้เต็มที่ พร้อมแล้วค่อยออกเดินทางต่อ ขอเพียงอย่าหยุดนิ่งก็พอแล้ว"

เรื่องราวของต้อง เตือนใจให้เราได้รู้ว่าไม่ว่าจะเบาหวานชนิดที่1 หรือโรคใดๆก็ตาม ก็ไม่อาจเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของคนคนหนึ่งได้ เพราะการมีทัศนคติที่ดี มีซัพพอร์ตที่ดี และความมุ่งมั่นตั้งใจ คือกุญแจสำคัญของความสุข โอกาส และความสำเร็จ

ไอคอน ข้อสงวนสิทธิ์: