ข้อมูล T1D

ไอคอน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ

เกี่ยวกับเรา

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเรื้อรังหลายอย่างร่วมกัน | “เมื่อชีวิตมีความซับซ้อนขึ้น: การจัดการโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเรื้อรังอื่น ๆ”

เรียบเรียงโดย: 05.02.2026

Johanah Co

Type 1 Diabetes Advocate

การมีชีวิตอยู่กับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 (เบาหวานประเภทที่ 1) ก็เหมือนทำงานเต็มเวลาอยู่แล้ว แต่ถ้าเพิ่มโรคเรื้อรังอื่น ๆ เข้ามาด้วย ก็เหมือนกำลังใช้แผนที่ที่เปลี่ยนเส้นทางอยู่ตลอดเวลา

“อนิตา” จากประเทศอินโดนีเซีย รู้ดีว่าการเดินทางสายนี้ไม่ง่ายเลย ด้วยความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และความเข้มแข็ง เธอยังคงก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางที่ไม่ได้ราบเรียบ

1. โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ว่ายากแล้ว แต่คุณเข้มแข็งยิ่งกว่า

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เองก็ท้าทายมากพออยู่แล้ว แต่บางครั้งมันก็มาพร้อม “เพื่อนร่วมโรค” อื่น ๆ ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง

จากงานวิจัยของ Popoviciu และคณะ (2023) พบว่าผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หลายคนอาจมีโรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันร่วมด้วย ซึ่งส่งผลต่อความรู้สึก การรักษา และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ตัวอย่างโรคร่วมที่พบบ่อย ได้แก่

- โรคเซลิแอค – ระบบย่อยอาหารไวต่อกลูเตน

- โรคด่างขาว – ภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์สีผิว

- โรคกระเพาะอักเสบจากภูมิคุ้มกันตนเอง

- โรคข้ออักเสบหรือกล้ามเนื้ออักเสบจากภูมิคุ้มกัน

- โรคที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เช่น ความผิดปกติของต่อมพาราไทรอยด์

2. สิ่งที่ไม่มีใครบอกเกี่ยวกับการอยู่กับหลายโรคพร้อมกัน

แค่โรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคเดียวก็ว่าเหนื่อยแล้ว

ลองเพิ่มโรคหืด โรคเซลิแอค และโรคข้ออักเสบเข้าไปอีกสิ — ระดับความยากเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น

มารู้จักกับ อนิตา ซาบิดี ผู้ได้รับการตรวจพบว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ตั้งแต่ปี 1998 พร้อมกับโรคเซลิแอค โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคหืด แต่เธอยังคงใช้ชีวิตด้วยความเข้มแข็งและไม่ย่อท้อ

“การจัดการทั้งหมดนี้หมายถึงการตรวจน้ำตาลในเลือด การงดกลูเตน การใช้ยาต้านการอักเสบ และการวางแผนป้องกันอาการหอบหืด โรคหนึ่งส่งผลต่ออีกโรคหนึ่ง ทำให้การดูแลตัวเองเหมือนเกมกลยุทธ์เต็มเวลาเลยค่ะ”

3. ชีวิตประจำวันของอนิตา: เมื่อไร อย่างไร และเพราะอะไร

เมื่อยารักษาหอบหืดทำให้น้ำตาลในเลือดสูง: “ยารักษาหอบหืดของฉันมีสเตียรอยด์ ซึ่งทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น พอน้ำตาลสูง ระบบภูมิคุ้มกันก็อ่อนแอ ฉันติดเชื้อง่าย และบางวันต้องใช้ออกซิเจนตลอดวันเพื่อหายใจได้ดีขึ้น”

เมื่อทีมแพทย์ทำงานร่วมกัน: “หมอต่อมไร้ท่อของฉันเป็นผู้นำทีม เพราะโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นโรคหลัก แพทย์เฉพาะทางคนอื่นจะประสานงานร่วมกัน ฉันโชคดีที่หมอทุกคนอยู่โรงพยาบาลเดียวกัน ทำให้สื่อสารกันได้ง่ายมาก”

สิ่งที่ทำให้เธอยังคงเดินต่อ: “แม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่ฉันได้เรียนรู้ที่จะรู้จักร่างกายตัวเองดีขึ้น ซึ่งทำให้ฉันเข้มแข็งกว่าเดิม”

โรคภูมิคุ้มกันและโรคเรื้อรังมีผลต่อน้ำตาลในเลือดอย่างไร: “แน่นอนว่ามีค่ะ ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ที่ใช้รักษาหอบหืดหรือข้ออักเสบ ทำให้น้ำตาลสูง แม้ฉันจะควบคุมเบาหวานได้ดี แต่ถ้าโรคอื่นกำเริบ ทุกอย่างก็ต้องหยุดชั่วคราว มันคือการปรับตัว ติดตามอาการ และเรียนรู้ที่จะฟังร่างกายตัวเองทุกวัน”

การจัดการยา: “เหมือนการจัดตารางชีวิตในแต่ละวันเลยค่ะ ยาแต่ละชนิดต้องกินเวลาไม่เหมือนกัน บางชนิดต้องกินพร้อมอาหาร บางชนิดไม่ต้อง และบางตัวกระทบกับระดับน้ำตาลในเลือด ฉันต้องติดต่อกับหมอและเภสัชกรเพื่อรักษาสมดุลนี้ไว้”

ในอินโดนีเซีย เธอจะเริ่มตรวจที่ ศูนย์สุขภาพ ซึ่งมีทั่วไปแต่เข้าถึงแพทย์เฉพาะทางได้น้อย จากนั้นจึงถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอีกระดับหนึ่ง เพื่อรับการดูแลต่อ

“สิ่งสำคัญที่สุดคือ ฉันต้องฟังร่างกายตัวเองค่ะ ถ้ามันบอกว่า ‘เหนื่อยแล้ว’ นั่นคือสัญญาณให้ฉันหยุดพักและทบทวนใหม่”

แม้แต่นักรบก็มีขีดจำกัดของตนเอง

นี่คือสิ่งที่ อนิตาทำเมื่อทุกอย่างดูหนักเกินจะรับไหว

4. เมื่อทุกอย่างมัน ‘มากเกินไป’

“เราทุกคนล้วนมีจุดที่ทนไม่ไหว เมื่อถึงเวลานั้น ฉันกลับไปสู่พื้นฐาน ไม่ใช่เพื่อความสมบูรณ์แบบ แต่เพื่อความเรียบง่ายและใจดีต่อตัวเอง”

แนวทาง “กลับสู่พื้นฐาน” ของอนิตา:

- ลดคาร์โบไฮเดรตเมื่อต้องการให้น้ำตาลลดลง

- อยู่ในบ้านในวันที่มลพิษสูงเพื่อปกป้องปอด

- ใช้ถังออกซิเจนเมื่อลมหายใจเริ่มติดขัด

- ใช้ไม้เท้าหรือรถเข็นเมื่อข้ออักเสบกำเริบ

- รับประทานอาหารง่าย ๆ สไตล์เอเชีย เช่น เทมเป้ เต้าหู้ ผักนึ่ง หรือซุปปลา

- เลือกอาหารที่ย่อยง่าย เช่น น้ำซุปใส เส้นบุก หรือข้าวดัชนีน้ำตาลต่ำ บางครั้งเปลี่ยนเป็นเส้นญี่ปุ่นหนืด ๆ หรือข้าวกล้อง

ผ่านการลองผิดลองถูก เธอพบจังหวะชีวิตที่เหมาะกับตัวเองและนิสัยที่ช่วยให้เธอยืนหยัดได้แม้ในวันที่ยากลำบาก

5. ตัวอย่างกิจวัตรที่ช่วยให้ชีวิตสมดุล

สิ่งที่ใช้ได้ผลสำหรับเธอคือ:

- นอนหลับให้เพียงพอและมีคุณภาพ

- ดื่มน้ำให้มาก

- เคลื่อนไหวร่างกายในแบบที่ปลอดภัยและเหมาะสม

- จัดการความเครียดให้ดีที่สุด

- เลือกอาหารที่เรียบง่ายและมีประโยชน์

- รับประทานยาและตรวจสุขภาพตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

นิสัยเหล่านี้ช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแรงโดยไม่ต้องพึ่งการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูง

ยังสงสัยอยู่ไหม — ว่าชีวิตยังสามารถเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายได้ไหม ทั้งที่ต้องอยู่ร่วมกับเงื่อนไขเหล่านี้?

6. แล้วชีวิตจะยังมีความสุขได้ไหม?

“แน่นอนค่ะ มันโอเคเลย ฉันแค่ต้องมีแผนสำรองและรู้จักขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น

ฉันดีใจกับความสำเร็จเล็ก ๆ ในแต่ละวัน และฉันต้องเข้มแข็ง โดยเฉพาะเพื่อลูก ๆ ของฉัน ในวัฒนธรรมของเรา ครอบครัวมาก่อนเสมอ การต่อสู้ของฉันวันนี้ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อพวกเขา — นี่แหละคือเหตุผลที่ฉันยังเดินต่อไป”

เมื่อมีคนถามว่าโรคภูมิคุ้มกันอื่น ๆ สามารถป้องกันได้ไหม อนิตาตอบว่า “บางอย่างอาจได้ค่ะ แต่ไม่ทั้งหมด เพราะทั้งพันธุกรรม ความเครียด และสิ่งแวดล้อม ล้วนมีส่วน”

สิ่งที่ช่วยได้คือการ เฝ้าระวังและตรวจคัดกรองแต่เนิ่น ๆ รวมถึง มีทีมแพทย์ที่พร้อมช่วยเรา

“ฉันยอมรับแล้วว่าฉันมีโรคเหล่านี้ และแทนที่จะต่อสู้กับมัน ฉันเลือกที่จะอยู่ร่วมอย่างสงบ ไม่ใช่เพราะมันง่าย แต่เพราะฉันอยากมีชีวิตที่ดี — เพื่อฉันเอง และเพื่อครอบครัวของฉัน”

คำแนะนำด้านการตรวจคัดกรอง

แนะนำอย่างยิ่งให้ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคต่อมไทรอยด์จากภูมิคุ้มกันและโรคภูมิคุ้มกันอื่น ๆ หลังได้รับการตรวจเจอเบาหวาน และตรวจซ้ำเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการหรือสัญญาณเตือน (อ้างอิงจาก Section 4: Comprehensive Medical Evaluation and Assessment of Comorbidities, 2024)

ถึงทุกคนที่กำลังอ่านสิ่งนี้: ชีวิตมีค่าที่สุด

ถ้าอนิตาสามารถอยู่กับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคภูมิคุ้มกัน และโรคเรื้อรังอื่น ๆ ได้

คุณก็ทำได้เช่นกัน จงก้าวต่อไป... เพราะว่า...คุณ...ทำได้แน่นอน


ไอคอน ข้อสงวนสิทธิ์: