ข้อมูล T1D
ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ผู้เป็นเบาหวานควรดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเกิดภาวะเจ็บป่วยไม่สบาย
เรียบเรียงโดย: 05.02.2026
ในบางครั้งผู้เป็นเบาหวานย่อมมีอาการเจ็บป่วยเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากอาการเจ็บป่วยอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น หรือลดลงอย่างเฉียบพลันได้ในผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ทำให้มีข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลตัวเองที่แตกต่างจากผู้อื่นเล็กน้อยเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
หากคุณไม่สบาย ระดับน้ำตาลในเลือดอาจคาดเดาได้ยากมาก ไม่มีใครรู้เลยว่าอาการเจ็บป่วยจะส่งผลอย่างไรต่อการควบคุมโรคเบาหวาน เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องทำก็คือควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดให้บ่อยขึ้นกว่าปกติ และปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเบาหวานของท่านในกรณีที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนขนาดของอินซูลินตามความต้องการของร่างกาย
เมื่อเจ็บป่วยเป็นหวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือมีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีไข้ก็ได้ ร่างกายมักต้องการพลังงานเพิ่มเติมเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค จึงอาจมีผลต่อการออกฤทธิ์ของอินซูลินที่ใช้อยู่
หากเซลล์ในร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอ หรือหากร่างกายไม่ได้รับอินซูลินเพียงพอที่จะนำน้ำตาลเข้าไปใช้ในเซลล์ ร่างกายจะสร้างพลังงานจากการสลายไขมันและกล้ามเนื้อแทน กระบวนการนี้จะก่อให้เกิดของเสียในร่างกายที่เรียกว่าคีโตน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพเมื่อสะสมในปริมาณมาก
หากร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงและไม่ได้รับการรักษา ร่างกายจะสร้างคีโตนขึ้นมา และอาจทำให้ป่วยหนักจากภาวะเลือดเป็นกรดจากการสะสมของคีโตนได้ โดยที่อาจไม่ได้มีการเจ็บป่วยอื่น ๆ เลยก็ได้
ผู้เป็นเบาหวาน ควรศึกษาวิธีดูแลตัวเองในวันที่ไม่สบายหรือเจ็บป่วยด้วยโรคอื่น ๆ เพื่อช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
สิ่งสำคัญในการดูแลตนเองสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน ในวันที่ป่วย ได้แก่
- ป้องกันการขาดน้ำ
- ป้องกันภาวะเลือดเป็นกรดจากการสะสมของคีโตน (ระดับน้ำตาลและคีโตนในเลือดสูง)
- ป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดต่ำ)
อาการที่ผู้เป็นเบาหวาน อาจสังเกตได้เมื่อร่างกายผลิตคีโตนในเลือดเยอะ :
ลมหายใจมีกลิ่นคล้ายผลไม้
ปัสสาวะบ่อย
กระหายน้ำมาก
รู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ
ปวดท้อง
หายใจหอบลึก (ส่วนใหญ่จะหายใจลึกขึ้น)
สับสน
เป็นลม
รู้สึกไม่สบาย
วิธีการตรวจวัดคีโตนที่ดีที่สุดคือการใช้แถบทดสอบคีโตนในเลือด ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะไม่มีแถบทดสอบและเครื่องตรวจคีโตนในเลือดที่บ้าน แต่คลินิกหรือสถานพยาบาลในชุมชนของคุณ อาจตรวจระดับคีโตนในเลือดของคุณให้ได้
หากมีภาวะเจ็บป่วย ไม่สบาย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
ห้ามหยุดฉีดอินซูลิน
ปรึกษาแพทย์หรือทีมผู้ดูแลเบาหวานของคุณ หากมีความจำเป็นต้องเพิ่มหรือลดขนาดของอินซูลิน ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับระดับน้ำตาลในเลือดและอาหารที่รับประทาน
เพิ่มการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นทุกๆ 3-4 ชั่วโมง หากสามารถทำได้
หากไม่สามารถตรวจระดับน้ำตาลในเลือดได้ที่บ้าน ให้ไปตรวจที่สถานพยาบาล เพื่อจะได้มีการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิด
ดื่มน้ำให้มากขึ้น รับประทานอาหารมื้อเล็กๆ บ่อยๆ และรับประทานอาหารให้ตรงเวลาสำหรับมื้อหลัก
กินยาลดไข้
การตรวจวัดปริมาณคีโตนในปัสสาวะและในเลือดถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้เป็นเบาหวาน โดยส่วนมากต้องใช้อินซูลินเพิ่มขึ้นในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ยกเว้นในกรณีการเจ็บป่วยทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
หากร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงโดยที่ไม่มีคีโตนหรือมีคีโตนน้อย ควรปฏิบัติ ดังนี้
- ฉีดอินซูลินชนิดออกฤทธิ์สั้นหรือชนิดออกฤทธิ์เร็วขนาด 5-10% ของปริมาณอินซูลินต่อวัน และฉีดซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง
หากร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงโดยที่มีคีโตนปานกลางหรือมาก ควรปฏิบัติ ดังนี้
- ฉีดอินซูลินชนิดออกฤทธิ์สั้นหรือออกฤทธิ์เร็วขนาด 10-20% ของปริมาณอินซูลินต่อวัน และฉีดซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง
หากมีการอาเจียน อาจบ่งบอกถึงปริมาณอินซูลินที่ไม่เพียงพอหรือภาวะเลือดเป็นกรดจากการสะสมของคีโตน ควรติดต่อแพทย์ หรือไปคลินิก/โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที
ผู้เป็นเบาหวาน ควรให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเกิดภาวะเจ็บป่วย ไม่สบาย เนื่องจากอาการป่วยอาจส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดทำให้สามารถคาดเดาได้ยากขึ้น และควบคุมได้ยากขึ้นเช่นกัน
ดังนั้น จึงควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ในการจัดการกับโรคเบาหวาน ทางที่ดีที่สุดคุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งที่คุณมีอาการเจ็บป่วย เพื่อให้แพทย์สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดและวิธีการควบคุมน้ำตาลในเลือดได้อย่างเหมาะสม
การดูแลเบาหวานโดยการใช้ยา ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพ อาจช่วยให้คุณมีร่างกายที่แข็งแรง และสามารถช่วยรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวได้