ข้อมูล T1D
ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
คาร์โบไฮเดรต และสารอาหารสำคัญอย่างไร
เรียบเรียงโดย: 06.05.2026
อาหารมีความสำคัญมาก เพราะมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ และบำรุงร่างกาย ช่วยให้สุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรง
อาหารประกอบไปด้วยสารอาหารหลักที่ให้พลังงาน 3 ชนิด ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน รวมถึงสารอาหารอื่น ๆ เช่น วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ นอกจากนี้ ในแต่ละวันควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ
สารอาหารเหล่านี้มีหน้าที่อะไรบ้าง:
คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับสมองและร่างกาย
โปรตีน เป็นแหล่งพลังงานและช่วยในการเจริญเติบโตและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ
ไขมัน เป็นแหล่งสะสมพลังงานที่สำคัญ ช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A, D. E และ K
วิตามินและแร่ธาตุ ช่วยควบคุมการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติและส่งเสริมให้สุขภาพแข็งแรง
คุณไม่ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรต แต่ควรเรียนรู้ที่จะรับประทานคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่พอดี และรู้จักแยกแยะระหว่างคาร์โบไฮเดรตชนิดที่ดีและไม่ดี โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตชนิดที่ไม่ดีอาจส่งผลเสียต่อการควบคุมโรคเบาหวานได้
คาร์โบไฮเดรตชนิดที่ดี เช่น ผักใบเขียว จะมีน้ำตาลธรรมชาติ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ไม่เพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็วจนเกินไป
คาร์โบไฮเดรตชนิดที่ไม่ดี เช่น ขนมหวานหรือน้ำหวาน จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
หากสามารถสร้างสมดุลระหว่างการบริโภคคาร์โบไฮเดรต ปริมาณอินซูลิน และการออกกำลังกาย จะช่วยให้คุณสามารถมีความสุขกับการรับประทานอาหารและมีสุขภาพที่ดีไปพร้อมกันได้
คาร์โบไฮเดรต พบได้ในอาหารประเภทใดบ้าง ?
– ธัญพืชและแป้ง เช่น ข้าว ข้าวโพด ก๋วยเตี๋ยว มันฝรั่ง ฟักทอง เผือก
– นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมวัว นมถั่วเหลือง นมธัญพืชอื่นๆ
– ผลไม้ เช่น มะละกอ มะม่วง สับปะรด แตงโม ส้ม
– ผักที่ไม่มีแป้ง เช่น มะเขือ มะเขือเทศ แตงกวา ผักใบเขียว เห็ด
– อาหารที่มีน้ำตาลสูงและเครื่องดื่มให้รสหวาน เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ นมรสหวาน ลูกอม เค้ก มันฝรั่งทอด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากบริโภคน้ำตาลจากอาหารเหล่านี้มากเกินไป อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้
ค่าดัชนีน้ำตาลหมายถึงระยะเวลาที่ร่างกายใช้ในการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตไปเป็นน้ำตาลกลูโคสและลำเลียงเข้าสู่กระแสเลือดหลังจากรับประทานอาหาร โดยขึ้นอยู่กับอาหารและชนิดของคาร์โบไฮเดรต
อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตบางชนิดจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่าอาหารบางชนิด
ค่าดัชนีน้ำตาลจะช่วยบอกว่าอาหารแต่ละชนิดทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงเร็วเพียงใด
อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่าอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ
ตารางด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นถึงค่าดัชนีน้ำตาลของอาหาร ผลไม้ และผัก ที่คนไทยส่วนใหญ่รับประทาน ดังนี้
หมวดสีเหลือง – ควรรับประทานเพิ่ม
หมวดสีส้ม – ควรรับประทานพอประมาณ
หมวดสีแดง – ควรหลีกเลี่ยงหรือรับประทานตามสัดส่วนที่แนะนำ

นอกจากการรับประทานอาหารที่มีสัดส่วนพอดีระหว่าง คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันแล้ว คุณยังสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้โดยปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้
– ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ (4 ครั้ง/วัน)
– ออกกำลังกายวันละ 30 นาที อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์
- ฉีดอินซูลินในปริมาณตามแพทย์สั่งและตามเวลาที่ถูกต้อง
– วางแผนมื้ออาหารให้มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตเท่ากับจำนวนที่แพทย์หรือทีมดูแลเบาหวานแนะนำ
อาหารมีบทบาทสำคัญในการจัดการโรคเบาหวาน ผู้เป็นเบาหวานต้องใส่ใจไม่เพียงแค่ชนิดของอาหาร แต่ควรคำนึงถึงปริมาณหรือขนาดของอาหารที่รับประทานด้วย หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปจะส่งผลเสียต่อการควบคุมโรคเบาหวานได้ ดังนั้นเราควรแน่ใจว่าได้รับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ
ในส่วนของคาร์โบไฮเดรต อย่าลืมว่าคาร์โบไฮเดรตมีทั้งชนิดที่ดีและชนิดที่ไม่ดี แหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ ได้แก่ ผักหรือผักใบเขียว ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ในทางตรงกันข้าม ผู้เป็นเบาหวานจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและของหวาน เนื่องจากมีสารอาหารที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ผู้เป็นเบาหวานควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ วันละ 30 นาที อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ เพราะจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยให้สุขภาพแข็งแรง
ที่สำคัญ อย่าลืมพูดคุยกับแพทย์ประจำตัวเกี่ยวกับวิธีที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับโรคเบาหวานได้ดีขึ้น คำแนะนำของแพทย์นั้นมีประโยชน์ และหากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการรักษาคุณภาพชีวิตให้ดีได้แม้ว่าจะเป็นโรคเบาหวานก็ตาม