ข้อมูล T1D

ไอคอน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ

เกี่ยวกับเรา

เบาหวานลงไต ภาวะแทรกซ้อนในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1

เรียบเรียงโดย: 05.02.2026

นายวีรวัฒน์ วรรณศักดิ์ศรี (Mr. Werawat Wannasaksri)

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ และนักให้ความรู้ด้านโรคเบาหวาน โรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์

1. โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ก่อให้เกิด เบาหวานลงไต ได้อย่างไร

ภาวะเบาหวานลงไต (Diabetic Nephropathy) เกิดจากการที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังร่วมกับความดันโลหิตสูง ซึ่งส่งผลเสียโดยตรงต่อหลอดเลือดเล็ก ๆ บริเวณ "หน่วยกรองของเสียในไต" จนเกิดความเสียหาย ไตจะไม่สามารถขับน้ำส่วนเกินและสารพิษออกจากร่างกายได้ตามปกติ และอาจมีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ โดยระยะแรกมักไม่มีอาการแสดงชัดเจน แต่ประสิทธิภาพการทำงานของไตจะค่อย ๆ เสื่อมลง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รับการรักษาอาจนำไปสู่ภาวะ "ไตวาย" ซึ่งเป็นระยะที่ไตไม่สามารถทำงานได้เองและจำเป็นต้องได้รับการฟอกไตในที่สุด

2. การตรวจคัดกรอง เบาหวานลงไต ในระยะแรก

เนื่องจากระยะเริ่มต้นภาวะเบาหวานลงไตมักไม่แสดงอาการ เพราะฉะนั้นการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อคัดกรองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยการตรวจคัดกรองเบาหวานลงไตทำได้โดยการวัดระดับแอลบูมิน (Albumin) ในปัสสาวะ และระดับครีแอทินิน (Creatinine) ในเลือดเพื่อประเมินสุขภาพของไต หากตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้วินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้ทันท่วงที ซึ่งในระยะเริ่มต้นนี้ยังหากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะช่วยชะลอความเสื่อมของไตได้ หรือในบางรายอาจทำให้การทำงานของไตดีขึ้น

อย่างไรก็ตามหากไม่มีการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ จนโรคเข้าสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น อาจสังเกตเห็นอาการผิดปกติได้ดังนี้
– มีอาการบวมตามเท้า ข้อเท้า และมือ
– ปัสสาวะมีเลือดปน หรือมีลักษณะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะเป็นฟองมาก
– รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หายใจไม่อิ่ม
รู้สึกไม่สบายตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ

หมายเหตุ: อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน หากพบความผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

3. คำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยง เบาหวานลงไต

– ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมายที่แพทย์กำหนดไว้
– ควบคุมความดันเลือดไม่ให้สูงเกินไป เพื่อลดแรงดันภายในหน่วยกรองไต
รับประทานอาหารที่ดี และมีประโยชน์ต่อสุขภาพตามแนวทางที่ได้รับจากแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
– พยายามออกกำลังกายให้ได้วันละ 30 นาที

4. ปัจจัยเสี่ยงของ เบาหวานลงไต และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ

นอกจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงที่เป็นปัจจัยหลักต่อภาวะเบาหวานลงไตแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเบาหวานลงไตมากขึ้นได้เช่นกัน ได้แก่

  • การสูบบุหรี่: โดยสารพิษในบุหรี่สามารถทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเบาหวานลงไตแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดมะเร็งปอด ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจอีกด้วย

  • ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์: การขาดยา ใช้ยาไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ควบคุมอาหาร ทำให้ระดับน้ำตาลแกว่งและควบคุมโรคไม่ได้ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเบาหวานลงไต หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ มากขึ้น

  • อาหารที่มีรสเค็มจัด หรือมีโซเดียมสูง: ซึ่งจะส่งกระทบต่อการทำงานของไตโดยตรง

  • การมีน้ำหนักเกินและการขาดการออกกำลังกาย: ภาวะน้ำหนักเกินทำให้คุมเบาหวานได้ยากขึ้น 

  • พันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวสายตรงเป็นโรคไต จะมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ

จากการศึกษาพบว่า 30-40% ของผู้ป่วยเบาหวานอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ในช่วง 10-30 ปี ดังนั้นการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

5. ข้อควรรู้

ภาวะเบาหวานลงไตนับเป็นอาการแทรกซ้อนที่น่ากังวลอย่างยิ่ง แต่สามารถป้องกันและจัดการได้ การดูแลสุขภาพไม่ใช่แค่การคุมน้ำตาลเท่านั้น แต่คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

โดยวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับภาวะเบาหวานลงไต คือการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นแต่แรก เช่น การรับประทานอาหารที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และใช้ยาตามคำสั่งแพทย์ จะช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 มีคุณภาพชีวิตที่ดีและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำแบบทดสอบเรื่องภาวะแทรกซ้อนที่ไตกัน !

ไอคอน ข้อสงวนสิทธิ์: