ข้อมูล T1D

ไอคอน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ

เกี่ยวกับเรา

คำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกาย สำหรับผู้เป็นเบาหวาน

เรียบเรียงโดย: 06.05.2026

นางสาวเกวลิน วัฒนะวิรุณ (Ms.Kewalin Wattanawiroon)

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ และนักให้ความรู้ด้านโรคเบาหวาน โรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์

1. ทำไมจึงต้องออกกำลังกาย ?

การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน เพราะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เพิ่มสมรรถภาพของหัวใจและกล้ามเนื้อ และช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
สำหรับผู้ที่เป็น
เบาหวานชนิดที่ 1 การออกกำลังกายมีประโยชน์เพิ่มเติม ได้แก่

  • ช่วยให้ร่างกายใช้น้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

  • ส่งเสริมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้มีความเสถียรมากขึ้น

  • ลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนในระยะยาว เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด

  • ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อตนเอง ลดความเครียด และส่งเสริมคุณภาพชีวิตโดยรวมให้ดีขึ้น

การออกกำลังกายสามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเล่นกีฬา  ซึ่งล้วนส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งสิ้น โดยสามารถเริ่มจากกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวและรู้สึกกระฉับกระเฉงในชีวิตประจำวัน  เช่น ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน และเมื่อร่างกายปรับตัวได้ดีสามารถเพิ่มเป็นประมาณวันละ 60 นาที  โดยเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย สุขภาพ และความชอบเพื่อให้สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง

2. การออกกำลังกายส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดอย่างไร

การออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวร่างกายสามารถส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้หลายรูปแบบ โดยอาจทำให้ระดับน้ำตาล ลดลงหรือเพิ่มขึ้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

กรณีที่ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง มักพบได้บ่อย เนื่องจาก

  • กล้ามเนื้อใช้น้ำตาลในเลือดเป็นพลังงานมากขึ้นระหว่างการออกกำลังกาย

  • ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น

กรณีที่ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น อาจพบได้ในบางสถานการณ์ เช่น

  • ผลกระทบจากฮอร์โมนบางชนิดในร่างกาย ซึ่งหลั่งออกมาจากความเครียดหรือความตื่นเต้นระหว่างหรือหลังการออกกำลังกาย และมักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว

  • ภาวะเจ็บป่วย

ข้อควรรู้: การติดตามระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลังกาย จะช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 สามารถวางแผนการออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสมมากขึ้น

3. คำแนะนำในการ ออกกำลังกาย สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1

  • ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดก่อนออกกำลังกาย เพื่อช่วยตัดสินใจว่าควรรับประทานอาหารเพิ่มเติมหรือไม่ก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกาย

  • เตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ควรพกอาหารหรือเครื่องดื่มที่ช่วยแก้ไขภาวะน้ำตาลต่ำ เช่น น้ำผลไม้ ลูกอม หรือกลูโคส (ดูหัวข้อการจัดการภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเพิ่มเติม)  รวมถึงพกเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดติดตัวทุกครั้งที่ออกกำลังกาย

  • แจ้งโค้ช ครูฝึก หรือผู้ดูแล ให้ทราบว่าเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม หากเกิดภาวะน้ำตาลต่ำหรือสูงระหว่างออกกำลังกาย

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายภายใน 2 ชั่วโมงหลังฉีดอินซูลิน เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับเวลาฉีดอินซูลิน ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัว

  • เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมก่อนออกกำลังกาย โดยควรสอบถามแพทย์หรือทีมผู้ดูแลเบาหวานของท่าน ถึงปริมาณที่เหมาะสม ทั้งนี้ควรพิจารณาจากระดับน้ำตาลในเลือดก่อนออกกำลังกาย รวมถึงประเภท ความหนัก และระยะเวลาของการออกกำลังกาย ตัวอย่างอาหารที่นิยม ได้แก่ ผลไม้ 6-8 ชิ้นคำ นมไขมันต่ำ 1 แก้ว โยเกิร์ต 1 ถ้วย หรือขนมปัง 1 แผ่น เป็นต้น

  • หากออกกำลังกายเป็นเวลานานหรือใช้แรงมาก ร่างกายอาจต้องการคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น และอาจจำเป็นต้องปรับลดปริมาณอินซูลิน เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ จึงควรปรึกษาแพทย์หรือทีมผู้ดูแลเบาหวานประจำตัวของท่านก่อนล่วงหน้า

4. ดูแลรักษาสุขภาพของตัวคุณเอง

ผู้ป่วยเบาหวานควรดูแลรักษาสุขภาพ หากรู้สึกไม่สบายระหว่างการออกกำลังกายควรแจ้งให้ครูฝึกหรือโค้ชทราบ

ในบางครั้งอาจจำเป็นต้องหยุดการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายกลางคันหากมีอาการผิดปกติ ทั้งนี้ ควรให้ความสำคัญกับการควบคุมโรคเบาหวานเป็นอันดับเเรก เช่น การรับประทานของว่างเมื่อมีอาการภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือการตรวจวัดระดับกลูโคสในเลือด

5. การออกกำลังกายสำหรับผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อน

ผู้เป็นเบาหวานควรให้ความสำคัญกับภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน เช่น เท้าชา เบาหวานขึ้นจอประสาทตา หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากการออกกำลังกายโดยไม่คำนึงถึงภาวะเหล่านี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้นได้

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาทที่เท้าหรือมีอาการเท้าชา อาจไม่รู้สึกเจ็บเมื่อเกิดแผลหรือการบาดเจ็บจากการวิ่งหรือการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง ซึ่งอาจนำไปสู่แผลติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ผู้ที่มีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาระยะรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องออกแรงมากหรือมีแรงต้านสูง เช่น การยกน้ำหนักหนัก ๆ หรือการออกแรงเบ่ง เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเลือดออกในจอประสาทตา 

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกาย เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับประเภทและความหนักของการออกกำลังกายที่เหมาะสม การออกกำลังกายที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ควรจดบันทึกการออกกำลังกายและการตอบสนองของร่างกาย หากรู้สึกเหนื่อยผิดปกติ หน้ามืด หรือเป็นลมหลังออกกำลังกาย อาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปเลือกกิจกรรมที่ใช้แรงน้อยลง และสำหรับผู้ที่มีเท้าชา ควรตรวจเท้า เพื่อหาบาดแผลหรือรอยถลอกทุกครั้งหลังออกกำลังกาย

6. ข้อควรรู้

การออกกำลังกาย เป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย และช่วยให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1  การออกกำลังกายมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้น

สิ่งที่สำคัญคือ ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่มีความหนัก เนื่องจากอาจมีปัจจัยเฉพาะ เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงผิดปกติ ภาวะแทรกซ้อนทางตา เส้นประสาท หรือหัวใจ ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการออกกำลังกายในบางรูปแบบได้ 

อย่างไรก็ตาม ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในรูปแบบที่เหมาะสมกับตนเอง ควบคู่กับการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิด และการปรับอาหารหรืออินซูลินตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ

ทำแบบทดสอบเรื่องการออกกำลังกายกัน !

ไอคอน ข้อสงวนสิทธิ์: