ข้อมูล T1D

ไอคอน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ

เกี่ยวกับเรา

เบาหวาน โควิด ผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 มีความเสี่ยงเป็นโควิดมากกว่าผู้อื่นหรือไม่

เรียบเรียงโดย: 06.05.2026

Kara Winney

Former Project manager HelloType1, A4D

1. ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน และโควิด-19

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า ผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปที่จะติดเชื้อโควิด-19 จริงๆแล้วเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 ไม่ได้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าผู้อื่น

จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ไม่มีหลักฐานว่าผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อโควิด-19

ทุกคนมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 เท่าๆ กัน จึงควรปฏิบัติตามข้อควรระวังจากแพทย์และรัฐบาล รวมถึงหาความรู้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนและการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็น ในร่างกายของคนเรา ตับอ่อนสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่าอินซูลินซึ่งมีหน้าที่นำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ต่างๆ เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงานสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

หากเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายอาจทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดยากขึ้น และทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดเป็นกรด

หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรติดต่อคุณหมอ

  • อาเจียน

  • ท้องเสียต่อเนื่องนานกว่า 6 ชั่วโมง

  • หายใจถี่

  • ไข้ไม่ลดลงหลังจากผ่านไปสองสามวัน

  • มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

2. ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ติดโควิด ควรทำอย่างไร

  • ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดบ่อยกว่าปกติ ทุก ๆ 4 ชั่วโมง เนื่องจากเบาหวาน และ โควิด ส่งผลกระทบต่อร่างกายในเวลาเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องระวังระดับน้ำตาลในเลือดเป็นพิเศษ

  • ระวังอาการที่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะเลือดเป็นกรด 

  • หากอาเจียน ให้ติดต่อคุณหมอ และไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

  • อย่าลืมใช้อินซูลินตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

  • อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ

  • ระวังผลข้างเคียงจากยาที่ใช้รักษาอาการโควิด-19 เพราะอาจกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้

  • นอกจากอินซูลินแล้ว ยาหลายชนิดที่จำหน่ายตามร้านขายยาก็ยังส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

  • ระวังการรับประทานยาแก้ไอ เพราะยาแก้ไอส่วนใหญ่มักมีการเติมน้ำตาล ซึ่งอาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้ ควรเลือกใช้ยาแก้ไอที่ไม่มีน้ำตาลหรือยาแก้ไอชนิดเม็ดแทน

  • ยาที่ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกหรืออาการหายใจไม่ออก อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้

  • ระวังผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น ยาแก้ปวดแอสไพริน หากใช้ในปริมาณมากอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ และควรระมัดระวังการใช้ยาไอบูโพรเฟน เพราะอาจกระตุ้นให้อินซูลินออกฤทธิ์จนส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงกว่าปกติได้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีดูแลตัวเองหากเจ็บป่วยสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ที่นี่

3. เบาหวาน โควิด เมื่อผู้ที่เป็น โรคเบาหวานติดโควิด ควรไปโรงพยาบาลเมื่อใด

หากมีอาการป่วยรุนแรงเนื่องจากโควิด-19 ควรปฏิบัติตัวดังนี้

เมื่อติดเชื้อโควิด-19 แนะนำให้ขอความช่วยเหลือจากสถานพยาบาลหากมีปัญหาเรื่องการหายใจ รู้สึกเจ็บหรือแน่นหน้าอกตลอดเวลา สับสนหรือหมดสติ หรือริมฝีปากและหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ

ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่เกณฑ์ปกติ เพราะหากระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอาจหมายถึงภาวะสุขภาพที่แย่ลงในผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19

หากคุณถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน สิ่งที่สำคัญคือต้องแจ้งโรงพยาบาลทราบว่าคุณเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1

หากคิดว่าตนเองมีภาวะเลือดเป็นกรด ควรทำอย่างไร

  • หากกังวลว่าตนเองมีอาการของภาวะเลือดเป็นกรด ควรเข้ารับความช่วยเหลือทันที

  • อาการของภาวะเลือดเป็นกรด ได้แก่ กระหายน้ำอย่างรุนแรง ปัสสาวะบ่อย รู้สึกไม่สบาย ปวดท้อง ลมหายใจมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หายใจเร็ว รู้สึกง่วงนอนหรือสับสนและหมดสติ

  • หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาภาวะเลือดเป็นกรด อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ไอคอน ข้อสงวนสิทธิ์: